Deeskin Shop
หน้าแรก arrow ธุรกิจระหว่างประเทศ arrow การส่งออกกล้วยไม้ส่งออก  
Monday, 06 February 2012

 
 

การส่งออกกล้วยไม้ส่งออก Print E-mail

เงื่อนไขกล้วยไม้ส่งออก

กรมวิชาการเกษตรได้ออกประกาศเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำจัดเพลี้ยไฟ และการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชสำหรับดอกกล้วยไม้เพื่อการส่วออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ผู้ส่งออกกล้วยไม้และชาวสวน ต้องทราบและนำไปปฏิบัติ "ผลิใบฯ" จึงขอนำประกาศดังกล่าวมานำเสนอให้ท่านได้ทราบด้วยในประกาศดังกล่าวระบุว่า

วิธีการกำจัดเพลี้ยไฟ

- รมด้วยสารรมเมทิลโบรไมด์ อัตรา 20 - 24 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร รวมนาน 90 นาที

- แช่ดอกกล้วยไม้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า นาที ด้วยสารกำจัดศัตรูพืช

imidacloprid อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร

fipronil อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร

acetamiprid อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

เงื่อนไขในการกำหนดวิธีการกำจัดเพลี้ยไฟ

- กรณีส่งออกไปสหภาพยุโรป ให้ใช้เฉพาะวิธีการรมยาด้วยสารรมเมทิลโบรไมด์

- กรณีส่งออกไปประเทศอื่น ๆ ให้ใช้วิธีการรมยาด้วยสารรมเมทิลโบรไมด์ หรือการแช่ด้วยสารกำจัดศัตรูพืชดังกล่าวมาแล้ว

เงื่อนไขการออกใบรับรอง

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการส่งออก ที่ดำเนินการกำจัดเพลี้ยไฟตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด กรมวิชาการเกษตรจึงกำหนดเงื่อนไขการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชไว้ ดังนี้

- ดอกกล้วยไม้ที่กำจัดศัตรูพืชภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ กรมวิชาการเกษตรจะออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชให้ โดยไม่ต้องสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจศัตรูพืชที่คลังสินค้า หรือหากประสงค์จะขอรับใบรับรองปลอดศัตรูพืช ณ โรงบรรจุหีบห่อของผู้ส่งออก กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการให้ตามขั้นตอนการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชให้กับดอกกล้วยไม้ภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามที่กรมวิชาการ- เกษตรกำหนด

- ดอกกล้วยไม้นอกเหนือจากการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นกรมวิชาการเกษตรจะออกใบรับรองปลอดภัยศัตรูพืช โดยสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจศัตรูพืชที่คลังสินค้า หากพบศัตรูพืชก็จะไม่ออกใบรับรองปลอดภัยศัตรูพืชให้

มาตรการดำเนินการเมื่อได้รับแจ้งการตรวจพบศัตรูพืชจากประเทศปลายทาง

- กรณีการกำจัดเพลี้ยไฟโดยการรมด้วยสารเมทิลโบรโมด์ กรมวิชาการเกษตรจะยกเลิกการ ขึ้นทะเบียนรับรองโรงรมยาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทำการตรวจสอบโรงรมตามขั้นตอนการรับรอง และขึ้นทะเบียนโรงรมตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดแล้วเสร็จ จึงให้การรับรองใหม่

กรณีการกำจัดเพลี้ยไฟด้วยการแช่ดอกกล้วยไม้ด้วยสารกำจัดศัตรูพืช imidacloprid fipronil acetamiprid กรมวิชาการเกษตรจะขึ้นบัญชี (black list) และจะระงับการส่งดอกกล้วยไม้ของผู้ส่งออกรายนั้นทันทีจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบด้านเทคนิคและ วิชาการในการกำจัดเพลี้ยไฟของกรมวิชาการเกษตร

ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป วันที่ประกาศ คือ วันที่ 28 ตุลาคม 2546 ลงนามโดย นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

การออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช

สำหรับการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชสำหรับดอกกล้วยไม้ส่งออก ตามที่กำหยดในประกาศมี 2 ลักษณะ คือ การออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช ณ คลังสินค้า และการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช ณ โรงบรรจุหีบห่อของผู้ส่งออก ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

การออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชให้กับดอกกล้วยไม้ ณ คลังสินค้า

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการส่งออกดอกกล้วยไม้ มีดังนี้

1. แจ้งความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปควบคุมการรมยา หรือแช่สารกำจัดศัตรูพืช ได้ที่กลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร โทรสาร 0-2579-1581, 0-2579-3576 หรือที่ศูนย์บริการทางวิชาการแบบเบ็ดเสร็จ โทรสาร 0-2579-6133 , 0-2579-0151-7 ต่อ 305 ระบุวัน เวลาที่จะทำการรมยา หรือแช่สารกำจัดศัตรูพืช โดยแจ้งงานล่วงหน้า 1 วัน ก่อนเวลา 16.00 น. หรือในวันที่จะทำการโดยต้องแจ้งก่อนเวลาที่จะทำการอย่างน้อย 3 ชั่วโมงแต่ต้องก่อนเวลา 14.00 น. ของแต่ละวัน

2. จัดเตรียมอุปกรณ์และตู้รมยาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ในกรณีจะทำการรมยาเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า หากมีอุปกรณ์ชำรุด จะต้องทำการแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการรมยา และใช้อุปกรณ์ สำหรับตรวจสอบการรั่วของแก๊สเมทิลโบรไมด์ (HALIDE DETECTOR LAMP) สำหรับประเทศที่ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำการรมยา สามารถใช้วิธีการแช่สารกำจัศัตรูพืชได้แต่ต้องจัดเตรียมสารกำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์สำหรับการแช่ดอกกล้วยไม้ให้พร้อมเพื่อการใช้งาน

3. ปฏิบัติการรมยา หรือแช่สารกำจัดศัตรูพืช ตามคำแนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบชนิดและ ปริมาณดอกกล้วยไม้

3.1 กรณีรมยา ใช้สารรมเมทิลโบรไมด์ อัตรา 20 - 24 กรัมต่อลบ.เมตร รมนาน 90 นาที และต้องตรวจสอบการรั่วของแก๊สทุกครั้งที่ทำการรมยา

3.2 กรณีแช่สารกำจัดศัตรูพืช ให้ใช้สารกำจัดศัตรูพืช ดังนี้

imidacloprid อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

fipronil อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

acetamiprid อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

4. เมื่อครบกำหนดรมยา ให้ทำการระบายแก๊สออกจากตู้รมยา และนำดอกกล้วยไม้ออกจากตู้รมยาหรือหากแช่สารกำจัดศัตรูพืชครบเวลาแล้ว ให้ผึ่งดอกกล้วยไม้เพื่อเตรียมจัดส่งไปคลังสินค้า ท่าอากาศยานกรุงเทพ

5. จัดทำคำขอ พ.ก.9 ใบแนบรายการสินค้า และหนังสือรับรองการรมยา ระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงนามในคำขอ พ.ก.9

6. จัดส่งดอกกล้วยไม้ชุดดังกล่าวมาที่คลังสินค้าท่าอากาศยานกรุงเทพ พร้อมยื่นคำขอ พ.ก.และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการคลังสินค้า ท่าอากาศยานกรุงเทพ

7. รับใบรับรองปลอดศัตรูพืช ตรวจสอบความถูกต้อง จ่ายค่าธรรมเนียม

หมายเหตุ

1. พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 มาตรา 16 บุคคลใดประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ตาม พ.ร.บ. นี้ในวันหยุดราชการหรือนอกเวลาราชการหรือนอกสถานที่ราชการไม่ว่าในหรือนอกเวลาราชการ จะต้องเสียค่าป่วยการสำหรับการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงาน ดังกล่าวตามอัตราที่กำหนด ในกฎกระทรวงและต้องจ่ายค่ายานพาหนะเดินทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายจริง ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่ายานพาหนะให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ไปควบคุมการรมยาหรือแช่สารกำจัดศัตรูพืช สำหรับค่าป่วยการให้จ่าย ณ ที่ทำการคลังสินค้า 2 ท่าอากาศยานกรุงเทพ

2. โรงรมต้องเป็นโรงรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย

1. เดินทางไปโรงรมยาหรือโรงบรรจุหีบห่อของผู้ประกอบการตามวันและเวลาที่ผู้ประกอบการแจ้งมา แสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ประกอบการ

2. ตรวจสอบสภาพตู้รมยา อุปกรณ์ที่ใช้ในการรมยา หรือสารกำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์ที่ใช้ในการแช่สารกำจัดศัตรูพืชว่า อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานจึงอนุญาตให้ทำการรมยาหรือแช่สารกำจัดศัตรูพืชได้

3. ตรวจสอบชนิดดอกกล้วยไม้ และปริมาณช่อทุกครั้งที่ทำการกำจัดศัตรูพืช

4. กรณีที่ผู้ประกอบการประสงค์จะทำการรมยา ให้ผู้ประกอบการทำการรมยา หากดำเนินการได้ไม่ถูกต้องให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แนะนำวิธีการรมยาที่ถูกต้องให้ และตรวจสอบปริมาณการใช้สารรมให้เป็นไปตามอัตราที่แนะนำ คือ 20 - 24 กรัมต่อลบ.เมตร รมนาน 90 นาที และให้ผู้ประกอบการตรวจสอบการรั่วของแก๊สทุกครั้งที่ทำการรมยา

5. กรณีที่ผู้ประกอบการประสงค์จะทำการแช่สารกำจัดศัตรูพืช ให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามชนิดสารและอัตราที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ ดังนี้

imidacloprid อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

fipronil อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

acetamiprid อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

6. บันทึกการปฏิบัติงานในแบบรายงานการปฏิบัติงานนอกสถานที่ให้ครบถ้วน ในกรณีที่จะต้องทำการรมยาสินค้าชุดดังกล่าวมากกว่า 1 ครั้ง ให้เขียนรายงานให้ชัดเจนแต่ละครั้งที่รมระบุชนิดและจำนวนช่อดอกกล้วยไม้ และเวลาที่ทำการรมตั้งแต่เริ่มทำการรมยาจนถึงเวลาที่สิ้นสุด ในกรณีแช่สารกำจัดศัตรูพืชให้ระบุชื่อชนิดสารและอัตราที่ใช้ ชนิดและจำนวนช่อดอกกล้วยไม้

7. รายงานการรมยาในคำขอ พ.ก.ตรงช่องบันทึกพนักงานเจ้าหน้าที่ ระบุ CH3Br : ?? gm./ cu.m./ ?..hrs. กรณีแช่ด้วยสารกำจัดศัตรูพืช ให้ระบุชื่อชนิดสารและอัตราที่ใช้ พร้อมลงนามกำกับ (ลายเซ็น และชื่อ-นามสกุลตัวบรรจง)

8. มอบแบบรายงานบันทึกการปฏิบัติงานตามข้อ 6 ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช

9. เมื่อผู้ประกอบการนำคำขอ พ.ก.9 พร้อมเอกสารประกอบ ยื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ คลังสินค้า ท่าอากาศยานกรุงเทพ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และลงรับคำขอ พ.ก.9 ในสมุดรับคำขอ

10. เสนอหัวหน้าเวรเพื่อพิจารณาออกใบรับรองปลอดศัตรูพืช

11. ออกเลขที่ใบรับรอง และพิมพ์ใบรับรองปลอดศัตรูพืช เสนอหัวหน้าเวรเพื่อลงนามในใบรับรองปลอดศัตรูพืช ปั๊มตราดุนชื่อหน่วยงาน และชื่อผู้มีอำนาจเซ็นใบรับรอง

12. ให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองปลอดศัตรูพืช และจ่ายค่าธรรมเนียม พร้อมรับใบรับรองปลอดศัตรูพืช

หมายเหตุ

กรณีที่ทำการจุ่มยาไม่ต้องระบุการจุ่มยาในใบรับรองปลอดศัตรูพืช

การออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชให้กับดอกกล้วยไม้ ณ โรงบรรจุหีบห่อ

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการส่งออกดอกกล้วยไม้ มีดังนี้

1. แจ้งความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปควบคุมการรมยา หรือแช่สารกำจัดศัตรูพืช พร้อมคำขอ พ.ก. 9 และใบแนบรายการสินค้า ได้ที่กลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร โทรสารหมายเลข 0-2579-1581, 0-2579-3576 หรือศูนย์บริการทางวิชาการแบบเบ็ดเสร็จ โทรสาร 0-2579-6133 และ 0-2579-0151-7 ต่อ 305 ระบุวัน เวลาที่จะทำการรมยาหรือแช่สารกำจัดศัตรูพืชโดยแจ้งงานล่วงหน้า 1 วัน ก่อนเวลา 16.00 

2. จัดเตรียมอุปกรณ์และตู้รมยาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามมาตรฐานที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ในกรณีจะทำการรมยา เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า หากมีอุปกรณ์ชำรุด จะต้องทำการแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบการรมยา และใช้อุปกรณ์สำหรับตรวจการรั่วของแก๊สเมทิลโบรไมด์ ( HALIDE DETECTOR LAMP ) สำหรับประเทศที่ไม่ได้ กำหนดให้ทำการรมยา สามารถใช้วิธีการรมยาหรือแช่สารกำจัดศัตรูพืชได้ แต่จะต้องจัดเตรียมสารกำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์สำหรับการแช่ดอกกล้วยไม้ให้พร้อมเพื่อการใช้งาน

3. ยื่นคำขอ พ.ก.ใบแนบรายการสินค้า และหนังสือรับรองการรมยา ระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบชนิดและปริมาณดอกกล้วยไม้

4. ปฏิบัติการรมยา หรือแช่สารกำจัดศัตรูพืชตามคำแนะนำ

4.1 กรณีรมยา ใช้สารรมเมทิลโบรไมด์ อัตรา 20 - 24 กรัมต่อลบ.เมตร รมนาน 90 นาที และต้องตรวจสอบการรั่วของแก๊สทุกครั้งที่ทำการรมยา

4.2 กรณีแช่สารกำจัดศัตรูพืช ให้ใช้สารกำจัดศัตรูพืช ดังนี้

imidacloprid อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

fipronil อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

acetamiprid อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

5. เมื่อครบกำหนดรมยาให้ทำการระบายแก๊สออกจากตู้รมยา และนำดอกกล้วยไม้ออกจากตู้รมยา หรือหากแช่สารกำจัดศัตรูพืชครบเวลาแล้วให้ผึ่งดอกกล้วยไม้เพื่อเตรียมจัดส่งไปคลังสินค้าท่าอากาศยานกรุงเทพ

6. รับใบรับรองปลอดศัตรูพืช ตรวจสอบความถูกต้อง และจ่ายค่าธรรมเนียม

หมายเหตุ

1. พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 มาตรา 16 บุคคลใดประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ. นี้ในวันหยุดราชการหรือนอกเวลาราชการ หรือนอกสถานที่ราชการไม่ว่าในหรือนอกเวลาราชการจะต้องเสียค่าป่วยการสำหรับการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงาน ดังกล่าว ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงและต้องจ่ายค่ายานพาหนะเดินทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายจริง ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่ายานพาหนะและค่าป่วยการ ให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ไปควบคุมการรมยาหรือแช่สารกำจัดศัตรูพืช

2. โรงรมต้องเป็นโรงรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย

1. เดินทางไปโรงรมยาหรือโรงบรรจุหีบห่อของผู้ประกอบการตามวัน และเวลาที่ผู้ประกอบการแจ้งมา และแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ประกอบการส่งออก

2. ตรวจสอบสภาพตู้รมยา อุปกรณ์ที่ใช้ในการรมยาหรือสารกำจัดศัตรูพืช อุปกรณ์ที่ใช้ในการแช่สารกำจัดศัตรูพืชว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน จึงอนุญาตให้ทำการรมยา หรือแช่สารกำจัดศัตรูพืชได้

3. รับคำขอ พ.ก. 9 พร้อมใบแนบรายการสินค้า ตรวจสอบชนิดดอกกล้วยไม้ และปริมาณช่อให้ตรงตามที่ผู้ประกอบการได้ยื่นคำขอ พ.ก.9

4. กรณีที่ผู้ประกอบการประสงค์จะทำการรมยา ให้ผู้ประกอบการทำการรมยา หากดำเนินการได้ไม่ถูกต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่แนะนำวิธีการรมยาที่ถูกต้องให้ และตรวจสอบปริมาณการใช้สารรมให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดคือ 20 - 24 กรัมต่อลบ.เมตร รมนาน 90 นาที และให้ผู้ประกอบการตรวจสอบการรั่วของแก๊สทุกครั้งที่ทำการรมยา

5. กรณีที่ผู้ประกอบการประสงค์จะทำการแช่สารกำจัดศัตรูพืช ให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามชนิดสารและอัตราที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ คือ

imidacloprid อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

fipronil อัตรา 20 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

acetamiprid อัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นาน 5 นาที

6. บันทึกการปฏิบัติงานในแบบรายงานการปฏิบัติงานนอกสถานที่ให้ครบถ้วน ในกรณีที่จะต้องทำการรมยาสินค้าชุดดังกล่าวมากกว่า 1 ครั้ง ให้เขียนรายงานให้ชัดเจน แต่ละครั้งที่รมระบุชนิดและจำนวนช่อดอกกล้วยไม้ และเวลาที่ทำการรมตั้งแต่เริ่มทำการรมยาจนถึงเวลาที่สิ้นสุด ในกรณีแช่สารกำจัดศัตรูพืชให้ระบุชื่อชนิดสารและอัตราที่ใช้ ชนิดและจำนวนช่อดอกกล้วยไม้

7. รายงานการรมยาในคำขอ พ.ก.ตรงช่องบันทึกพนักงานเจ้าหน้าที่ ระบุ CH3Br : ?? gm./ cu.m./ ?..hrs. กรณีแช่ด้วยสารกำจัดศัตรูพืช ให้ระบุชื่อชนิดสารและอัตราที่ใช้ พร้อมลงนามกำกับ (ลายเซ็น และชื่อ-นามสกุลตัว บรรจง)

8. มอบใบรับรองปลอดศัตรูพืชให้ผู้ส่งออก และเก็บค่าธรรมเนียม

9. แบบรายงานบันทึกการปฏิบัติงานตามข้อ 6 คำขอ พ.ก. 9 ใบแนบรายการสินค้า หนังสือรับรองการรมยานำส่งกลุ่มบริการส่งออกสินค้าเกษตร

หมายเหตุ

กรณีผู้ประกอบการจะขอรับใบรับรองปลอดศัตรูพืชที่คลังสินค้า ให้มอบรายงานการปฏิบัติงานและคำขอ พ.ก. 9 ตามข้อ และ ให้ผู้ประกอบการ

จากประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการกำจัดเพลี้ยไฟ และการออกใบรับรองปลอดศัตรูพืชสำหรับดอกกล้วยไม้เพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร รวมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ และพนักงาน เจ้าหน้าที่ที่ได้นำเสนอมาทั้งหมด คงทำให้ทุกฝ่ายมีความชัดเจนขึ้นและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวด้วย ความโปร่งใส และสบายใจ

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร
โฆษณา
 
โฆษณา
โฆษณา
 
โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา

 

left             เปิดร้านออนไลน right
read more
bottom



   

eXTReMe Tracker