Deeskin Shop
หน้าแรก arrow การบริหารเงินส่วนบุคคล arrow การกู้เงิน arrow เคล็ดลับเลือกซื้อบ้านและอาคารชุด จะไม่ได้เสียใจทีหลัง  
Monday, 06 February 2012

 
 

เคล็ดลับเลือกซื้อบ้านและอาคารชุด จะไม่ได้เสียใจทีหลัง Print E-mail
Image เมื่อคุณตัดสินใจซื้อบ้านและอาคารชุด นอกจากรูปแบบและสไตล์ของที่พักอาศัยตลอดจน

ความสามารถในการผ่อนชำระแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายประการที่มีส่วนช่วยให้คุณเป็นเจ้าของบ้านที่คุ้มค่าเงินและ ความพึงพอใจในระยะยาวตามมาอีกด้วย ต่อไปนี้คือ เคล็ดลับที่จะช่วยให้การตัดสินใจ
เลือกซื้อบ้านและอาคารชุดของคุณง่ายขึ้น


1. โครงสร้างบ้านและอาคารชุด
คุณควรพิจารณารายละเอียดเรื่องโครงสร้างอย่างรอบคอบเป็นอันดับแรก ตั้งแต่แบบของตัวบ้าน
วัสดุก่อสร้าง เรื่องทิศทางของลม แดดและฝน การจัดวางแผนผังภายใน ประโยชน์ใช้สอย
ของห้องต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของคุณ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

การป้องกันแดดและฝน
หากมีโอกาสเดินสำรวจโดยรอบ คุณควรตรวจสอบดูว่าช่องหน้าต่างและ ประตูด้านนอกของบ้าน
และอาคารว่ามีกันสาดป้องกันแดดและฝนได้มากน้อยเพียงใด หากไม่มีเลยหรือมีเพียง 20-30 ช.ม.
จะไม่สามารถป้องกันแดดและฝนที่จะสาดเข้าตามซอกของประตูและหน้าต่างได้

แสงสว่างธรรมชาติ
หากบ้านและอาคารชุดที่คุณจะตัดสินใจซื้อยังไม่มีการก่อสร้าง มีแต่แบบจำลอง
ควรสังเกตจำนวนหน้าต่างและช่องแสงกับแต่ละด้านของผนังทึบซึ่งควรมีหน้าต่าง
ไม่น้อยกว่า 2 ด้าน เพื่อให้ลมและแสงสว่างผ่านสะดวก

การมีผนังทึบ 3 ด้านและมีหน้าต่างเพียงด้านเดียวอาจจะทำให้สภาพห้องอึดอัด แม้ว่าจะมีแสงสว่าง
เพียงพอก็ตาม ควรเลือกบ้านที่ด้านหน้าของบ้านหันไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ หรือทิศตะวันออก
เพื่อหลบแสงแดดในตอนบ่ายนอกจากนี้ในเวลากลางวันในที่พักอาศัยของคุณไม่ควรต้องเปิดไฟฟ้า
ในแต่ละห้อง ทุกๆ ห้องควรมีแสงสว่างธรรมชาติพอเพียง

2. ราคาและเงื่อนไขชำระเงิน
แน่นอนว่าราคาของบ้านและอาคารชุดควรเหมาะสมซึ่งเกณฑ์ในการตัดสินนั้นควรดูจาก
เนื้อที่ในบ้านซึ่งมีราคาไม่แพงเกินไปกว่าปริมาณและคุณภาพของบ้าน รวมทั้งเงื่อนไขการชำระเงิน
ที่เป็นธรรมตามกำลังและความสามารถในการผ่อนชำระภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

3. ความน่าเชื่อถือของโครงการ
คุณควรตรวจสอบบริษัทเจ้าของโครงการกับสถาบันการเงินหรือหน่วยงานของรัฐฯ เช่น กรมที่ดิน
กรมโยธาฯ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องว่ามีบริษัทเจ้าของโครงการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย
และกฎระเบียบหรือไม่ รวมทั้งมีความมั่นคงและน่าเชื่อถือเพียงใด เพื่อป้องกันมิให้มีการฉ้อโกง
และเอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้น

4.ผังหมู่บ้านและอาคารชุด
ภายในโครงการที่พักอาศัยควรมีการจัดแบ่งสภาพการใช้ที่ดินอย่างถูกต้องตามหลักผังเมือง
โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้อยู่อาศัย บริเวณเพื่อการค้า และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้เป็นสัดส่วน
เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการแปรสภาพที่อยู่อาศัยและความแออัดของชุมชน

ทิศทางลมฤดูร้อนในกรุงเทพฯ ลมจะพัดเข้าจากทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้ การเลือกซื้อบ้าน
ของคุณจึงควรคำนึงถึงทิศทางลมในแต่ละฤดูไว้ด้วยว่าตั้งอยู่ในทิศที่อับลมหรืออยู่ในทิศทาง
ที่ขวางทางลม และต้องไม่ลืมนึกถึงฤดูฝนด้วย

5. ระบบสาธารณูปโภคในหมู่บ้าน
คุณคววรตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในโครงการว่ามีครบถ้วนและสมบูรณ์เพียงใด
เช่น ความกว้างของถนนในโครงการ ระบบส่งน้ำประปา การระบายน้ำของท่อน้ำทิ้งในโครงการ
เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม บริการเรื่องไฟฟ้า แสงสว่างของเสาไฟฟ้าในหมู่บ้าน ระบบโทรศัพท์
ซึ่งเป็นเรื่องความสะดวกพื้นฐานที่ช่วยให้ง่ายในการตัดสินใจซื้อ

6. ทำเลที่ตั้ง
ทำเลที่ตั้งของโรงการควรอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการเดินทางของสมาชิกทั้งครอบครัว
เพื่อประกอบกิจธุระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน สถานศึกษา โรงพยาบาล ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ

7. การเดินทาง
คุณควรพิจารณาถึงความสะดวกและความคล่องตัวในการเดินทาง รวมทั้งเส้นทางคมนาคม
ที่จะเชื่อมต่อไปยังเขตความเจริญในตัวเมือง

8. สังคมและสิ่งแวดล้อม

คุณควรพิจารณาสังคมและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสังคมของผู้คนรอบข้าง
เพื่อนบ้าน อากาศ สิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความสุขและการเจริญเติบโต
ของสมาชิกครอบครัวในอนาคต

9. การรักษาความปลอดภัย
คุณจำเป็นต้องศึกษาระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการว่ามีความเข้มงวดและรัดกุมเพียงใด
ในการพิทักษ์และปกป้องทรัพย์สินและชีวิตของสมาชิกในครอบครัว

10. บริการและส่วนกลาง
คุณควรตรวจสอบบริการส่วนกลางของโครงการ เช่น สถานที่ออกกำลังกาย บริการกำจัดขยะ
สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ว่ามีบริการเพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบาย
จากโครงการมากน้อยเพียงใด

ที่มา :
http://www.sl.co.th/tip.html

โฆษณา
 
โฆษณา
โฆษณา
 
โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา

 

left             เปิดร้านออนไลน right
read more
bottom



   

eXTReMe Tracker